"หากยังมีความดีงามบ้างบทความนี้ ขออุทิศให้กับจิตวิญญานอันเด็ดเดี่ยวของพลเมืองชาวเอกเขนกอันเหนือกว่าซึ่งหลักการและเหตุผลใดๆแห่งตรรกะนคร"


.....................................
กาลครั้งหนึ่งนานมา..ยังมีเมืองสองเมืองที่อยู่ห่างกันคนละฟากฟ้า เมืองหนึ่งชื่อตรรกะนคร ผู้คนหน้าตาเคร่งขรึม ดำรงชีวิตด้วยเหตุผลและหลักการ  ไม่มีใครตกงาน ไม่มีใครอดอยาก  บ้านเมืองเจริญด้วยเทคโลโลยี  ทุกคนมีชื่อเสียงเรียงนามเป็นตัวเลข ตามรากที่ถอดจากรหัสพันธุกรรม  อำนาจสูงสุดของการปกครองสูงสุดขึ้นอยู่กับประธานสภา  ประชาชนไม่มีสิทธิฟ้องร้องผู้นำ..
อีกเมืองหนึ่ง ชื่อเมืองเอกเขนก ผู้คนตั้งชื่อตามใจฝัน  บ้านเมืองห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ ป่าเขา คนกับสัตว์อยู่ร่วมกันด้วยความสุข ต่างพึ่งพา ไม่รังแกกันและกัน ชาวเมือง แจ่มใส เบิกบาน หน้าตายิ้มแย้ม  ความแตกต่างนำมาซึ่งเรื่องราว(ใครคิดว่า)เหลวไหล ได้ฟังก็พากันหัวเราะร่า...
..…..………………………………..
    ข้อความข้างบน มาจากส่วนหนึ่ง ของละครเวที  "เดอะ เลเจน ออฟ เร่ขายฝัน เฉลียงเดอะ มิวสิคเคิล" ที่ได้ไปชมมาเมื่ออาทิตย์ก่อน หลังจบการแสดง เราต้องนั่งทบทวนความคิด  สาระ ที่ได้รับมา จากละครเวทีเรื่องนี้ นอกเหนือจาก เพลงไพเราะ ความหมายดีๆของเฉลียง  ความอิ่มเอม สนุกสนาน ความสวยงามของฉาก การแสดงที่กลมกลืน สอดคล้อง  ด้วยเนื้อหาที่สอดแทรกอยู๋ในละครเวทีเรื่องนี้  มีอื่นๆอีกมากมายที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ ทั้ง ความรักในหน้าที่พร้อมหัวใจ การอยู่ร่วมกันในสังคม ธรรมชาติกับมนุษย์ การเมืองการปกครอง การมีความเชื่อมั่นและเดินตามฝัน ให้ดำเนินควบคู่บนความแตกต่างได้อย่างสมดุลย์ที่สุด
 ถ้าจะว่าไปแล้ว ทั้งสองเมืองคงเป็น"ยูโทเปีย"หรือ"โลกหน้าไกลโพ้น" ที่หลายคนใฝ่ฝัน  ประเทศที่ไม่มีคนยากจน  ไม่มีคนอดอยาก เจริญรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยี  ขณะเดียวกันธรรมชาติ ต้นไม้ สายน้ำ ท้องทะเล ป่าเขา สรรพสัตว์  ก็ยังอุดมสมบูรณ์  ผู้คนยิ้มแย้ม  ไม่มีความทุกข์..มันคงไปโลกที่เกินเอื้อม จนกลายเป็นนิทานเหลวไหลจริงๆ
       เพราะสุดท้ายเมื่อเมืองหนึ่ง มองความสุข ความสมบูรณ์เหล่านั้นเป็นศัตรู เพื่ออำนาจในมือ เพื่อประโยชน์ของตนเอง  และทำลายทิ้ง ตาชั่งสมดุลย์ก็เสียสูญ
นำมาซึ่งความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
        โลกของเรา มีคนแบบ "แสนเก้า" เดินอยู่ทั่วทุกแห่ง หาก ก็ได้แต่หวังไว้ว่า อย่างน้อย สุดท้าย "แสนเก้า" ยังมี"หัวใจรัก" และ ยังเป็นคนมี"ความฝัน" มิใช่เครื่องจักร  แม้มันจะอยู่ซอกมุมเล็กๆ ไม่ว่าจะรักชาติบ้านเมือง ปฎิญานจะปกครองบ้านเมืองอย่างดีที่สุด  หรือรักผู้อื่น หากมันจะเผื่อแผ่ถึงคนอื่น ถึงจะในรูปแบบของความสำนึกผิด ก็ยังดีกว่า"หัวใจไร้รักไร้ฝัน"

        "พ่อหนุ่ม..ถ้าหยุดฝัน..ก็จบ" ถ้อยคำที่ชายตาบอดพูดกับพันหนึ่ง ตัวละครหลักของเรื่อง อาจจะหวังให้แทรกซอนผ่านหัวใจของแสนเก้า  และพวกเราหลายๆคน
บทสรุป ของละครเวทีเรื่องนี้คงย้ำเตือนสติด้วยว่า  เรื่องราว(ใครคิดว่า)เหลวไหล ได้ฟังก็พากันหัวเราะร่า...จริงๆแล้วอาจเป็นเสียงหัวเราะที่ปนเปื้อนคราบน้ำตา...ถ้านิทานกลายเป็นความจริง.......
.......................................................................................................................................
 "เดอะ เลเจน ออฟ เร่ขายฝัน เฉลียงเดอะ มิวสิคเคิล"
    2 - 25 ตุลาคม 2552  ณ  เอ็มเธียเตอร์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
 
กำกับการแสดง โดย  ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม (สังข์ 108 มงกุฎ)
 
นำแสดงโดย  สุประวัติ ปัทมสูต , ปวันรัตน์ นาคสุริยะ , ญานี ตราโมช , วิชัย จงประสิทธิ์พร 
พิษณุ นิ่มสกุล, สาวิตตรี สุทธิชานนท์, ณัฐ ศักดาทร, วันธงชัย อินทรวัตร ,มิณฑิตา วัฒนกุล
ภคมน  บุณยะภูติ  และนักแสดงสมทบ